รถจมน้ำแล้ว อย่าเพิ่งสตาร์ท! พลาดครั้งเดียว อาจเสียหนักกว่าเดิม
รถจมน้ำแล้ว อย่าเพิ่งสตาร์ท! พลาดครั้งเดียว อาจเสียค่าอะไหล่รถยนต์หนักกว่าเดิม
ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งในช่วงฤดูฝนหรือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมคือ “รถจมน้ำ” ไม่ว่ารถของคุณจะจมน้ำเพียงครึ่งคันหรือจมมิดทั้งคัน กฎเหล็กข้อแรกและข้อเดียวที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด! การเผลอสตาร์ทเครื่องยนต์หรือเปิดระบบไฟอาจทำให้ระบบภายในพังเสียหาย และทำให้คุณต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าอะไหล่รถยนต์บานปลายกว่าที่คิด
ทำไมรถจมน้ำถึงห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์?
เมื่อรถแช่อยู่ในน้ำ น้ำอาจซึมเข้าไปในชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะกล่องสมองกล (ECU) และอุปกรณ์ไฟฟ้า หากคุณฝืนสตาร์ทรถ จะทำให้เกิดการลัดวงจร ซึ่งอาจทำให้ชิ้นส่วนที่แค่เปียกน้ำและยังพอซ่อมได้ กลายเป็นพังสนิทจนต้องเปลี่ยนอะไหล่รถยนต์ใหม่ทั้งหมด
4 สิ่งที่ต้องทำทันที เมื่อรถจมน้ำ
หากพบว่ารถของคุณตกอยู่ในสภาพแช่น้ำ ให้ตั้งสติและปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
1. ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สิ่งแรกที่ควรทำคือการถ่ายรูปรถในสภาพที่จมน้ำเก็บไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญ
2. ติดต่อบริษัทประกันภัย
รีบโทรแจ้งบริษัทประกันภัยที่คุณทำไว้ เพื่อเคลมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถและอะไหล่รถยนต์
3. เรียกรถยก หรือรถสไลด์
ห้ามขับรถลุยน้ำออกมาเองเด็ดขาด ให้ติดต่อบริการรถลากจูง หรือรถสไลด์ เพื่อทำการเคลื่อนย้ายรถของคุณไปยังพื้นที่ปลอดภัย
4. นำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถ
นำรถไปที่ศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถที่ใกล้เคียงที่สุด เพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเสียหายของอะไหล่รถยนต์อย่างละเอียด
ข้อควรระวังพิเศษสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เมื่อจมน้ำ
สำหรับผู้ที่ขับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) การรับมือเมื่อรถจมน้ำจะมีความละเอียดอ่อนมากกว่ารถยนต์สันดาปทั่วไป:
ห้ามเปิดระบบไฟและสตาร์ทรถเด็ดขาด
กล่องสมองกลและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ หากแค่แช่น้ำอาจจะยังสามารถซ่อมกลับมาได้ แต่ถ้าคุณฝืนเปิดระบบไฟให้ทำงาน อาจเสี่ยงต่อการลัดวงจร ไฟฟ้าช็อต หรือร้ายแรงถึงขั้นทำให้เกิดไฟไหม้ได้ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก และทำให้อะไหล่รถยนต์ระบบไฟฟ้าพังเสียหายถาวร
รีบถอดขั้วแบตเตอรี่ลูกเล็กออก
ควรหาทางรีบถอดขั้วแบตเตอรี่ลูกเล็ก (12V) ออกทันที และอย่าเพิ่งใส่กลับเข้าไปเด็ดขาด เพื่อตัดการจ่ายไฟเข้าสู่ระบบ
วิธีการเคลื่อนย้ายรถจมน้ำที่ถูกต้อง
การเคลื่อนย้ายรถที่จมน้ำก็เป็นขั้นตอนที่ต้องระมัดระวัง เพื่อไม่ให้อะไหล่รถยนต์ส่วนอื่นๆ เสียหายเพิ่มเติม โดยเฉพาะระบบเกียร์และมอเตอร์ไฟฟ้า
รถ EV ไม่ควรใช้รถลาก
การเคลื่อนย้ายรถ EV ที่ดีที่สุดคือการใช้ “รถสไลด์ทั้งคัน” เหตุผลที่ไม่ควรใช้รถลากจนล้อหมุนบนถนน เพราะในขณะที่รถดับอยู่ หากล้อหมุน มอเตอร์จะทำการปั่นกระแสไฟ (Generate) กลับเข้าไปที่แบตเตอรี่ ซึ่งเปรียบเสมือนการสั่งให้ระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่กลับมาทำงานอีกครั้ง
กรณีจำเป็นต้องลากจูงจริงๆ ต้องทำอย่างไร?
หากไม่สามารถหารถสไลด์ได้ และจำเป็นต้องลากจูงจริงๆ ให้สังเกตระบบขับเคลื่อนของรถคุณ ดังนี้:
สำหรับรถขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)
ห้ามให้ล้อหน้าหมุนเด็ดขาด ให้ยกล้อหน้าขึ้น และปล่อยให้ล้อหลังหมุนแทน
สำหรับรถขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
ห้ามให้ล้อหลังหมุนเด็ดขาด ให้ยกล้อหลังขึ้น และปล่อยให้ล้อหน้าหมุนแทน
สรุป
จำไว้เสมอว่า “รถจมน้ำ อย่าเพิ่งสตาร์ทเด็ดขาด” การใจเย็นและทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากอุบัติเหตุไฟฟ้าลัดวงจร แต่ยังช่วยรักษาสภาพของอะไหล่รถยนต์ชิ้นสำคัญๆ ไม่ให้พังเสียหายไปมากกว่าเดิม และทางที่ดีที่สุดในการเคลื่อนย้ายรถคือการใช้รถสไลด์ทั้งคันเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
TOYOTA
HONDA
ISUZU
MAZDA
NISSAN
MITSUBISHI
SUZUKI
CHEVROLET
FORD
HINO
ISUZU
FUSO
TOYOTA DYNA
UD TRACKS